บริการติดตั้งอลูมิเนียมไทยเม็ททอล ช่างประตูบานเลื่อนลำปาง รับได้ทั้งงานบ้าน,งานโครงการ ที่ทำให้ไม่ต้องวุ่นวายกับการหาช่างเอง และยังไว้ใจคุณภาพของงานติดตั้งได้อีกด้วย โดยบริษัทจะคัดสรรทีมช่างคุณภาพให้เหมาะสมกับเนื้องานที่ลูกค้าต้องการ มีทีมช่างมากประสบการณ์ 15 ปี ช่างทําประตูบานเลื่อนลำปาง ยินดีให้บริการและคำปรึกษาอย่างเป็นมิตร ช่างทําหน้าต่างบานเลื่อนลำปาง เป็นที่ไว้วางใจและยอมรับจากลูกค้าหลายๆท่านถึงฝีมือ ผลงาน จนหลายๆ ท่านยกให้เป็นช่างประจำตัว สนใจใช้บริการโทรมาหาเราได้ 24 ชัวโมง ราคาเป็นกันเอง
ร้านซ่อมประตูบานเลื่อนลำปาง
ช่างซ่อมประตูบานเลื่อนลำปาง
ช่างทําประตูบานเลื่อนลำปาง
ช่างติดกระจกบานเลื่อนลำปาง
ช่างซ่อมประตูกระจกบานเลื่อนลำปาง
ช่างทํากระจกบานเลื่อนลำปาง
รับซ่อมประตูบานเลื่อนลำปาง
ช่างติดตั้งประตูบานเลื่อนลำปาง
ช่างติดประตูบานเลื่อนลำปาง
ช่างกระจกบานเลื่อนลำปาง
ร้านประตูกระจกบานเลื่อนลำปาง
ติดต่อใช้บริการ
ต่อเติมบ้าน โครงหลังคา กันสาดหน้าบ้าน ต่อเติมห้องครัว ทำรั้วประตูสแตนเลส กระจกอลูมิเนียม รางน้ำฝน สร้างบ้าน รีโนเวทบ้าน บิ้วอิน ตกแต่ง
ผ้าม่าน ฉากกั้นห้อง




เรื่องของการวัดขนาดความกว้างของช่องเปิดที่ต้องการเปิดออกให้สุด เพื่อจะได้เลือกขนาดและบานเลื่อน ช่างประตูบานเลื่อนลำปาง เป็นรูปแบบของกรอบบานประตูในฝันของหลายๆ คน นั่นก็เพราะข้อดีในเรื่องการเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอกเข้าด้วยกันได้สมบูรณ์ และเรียบร้อยสวยงาม เช่นนั้นแล้ว ก่อนที่จะเลือกบานเลื่อนแบบเปิดสุดมาใช้ มีเรื่องไหนที่ควรรู้เกี่ยวกับตัวบาน และการจะติดตั้งบานแบบนี้ต้องคำนึงถึงเรื่องไหนบ้าง เรารวบรวมมาให้เรียบร้อยแล้วในบทความนี้
1.ระบบรางยึดที่มั่นคง
เพราะบานประตูหน้าต่างของบานเลื่อนแบบเปิดสุดส่วนใหญ่มีระยะทางที่ต้องเลื่อนสำหรับเปิดปิดที่ยาว ช่างทําประตูบานเลื่อนลำปาง ข้อควรคิดถึงอย่างแรกเลยคือ อุปกรณ์ประกอบหน้าบานจะต้องแข็งแรงทุกส่วน ตั้งแต่ส่วนนอกบานอย่างรางเลื่อนบน-ล่าง ไปจนถึงการยึดตรึงหน้าบานเข้ากับส่วนประกอบต่างๆ อย่างมั่นคง เพียงพอที่จะรับน้ำหนักของหน้าบานและแรงของการเลื่อนเปิด-ปิดได้ หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การเลือกอุปกรณ์หน้าบานและการติดตั้งที่มีคุณภาพมาตรฐาน เพื่อรองรับการใช้งานได้ตลอดอายุของบาน
2.รางเลื่อนส่วนล่าง เปิดกว้างในระดับดีเทล
รายละเอียดเล็กน้อยอย่างรางเลื่อนส่วนล่างก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยให้บานเลื่อนแบบเปิดสุดสามารถเปิดกว้างทั้งทางมุมมองการมองเห็นและฟังก์ชันการใช้งาน ช่างติดตั้งประตูบานเลื่อนลำปาง โดยการทำให้พื้นทั้งสองฝั่งเรียบเสมอกัน ไม่มีสิ่งใดสะดุดหรือขวางกั้น อาจจะใช้การฝังรางเลื่อนลงในพื้น หรือจะใช้เป็นการแขวนกับรางบนเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะต้องพิจารณาถึงความแข็งแรงของอุปกรณ์ที่สามารถรับน้ำหนักของหน้าบานทั้งบานบวกกับแรงกระแทกจากการเปิดปิดได้ รวมทั้งตัวรางที่จะต้องลื่น รวมทั้งรางบน-วงกบ-เสาเอ็น ทำระนาบขนานกับพื้น และเข้ามุมฉากพอดี
3 .ระนาบหัวใจสำคัญของบานเลื่อน
การเลื่อนเปิดปิดหน้าบานประตูนั้น สมดุลเป็นเรื่องสำคัญ การเตรียมพื้นที่หน้างานก่อนการติดตั้งให้ได้ระนาบในทุกมิติจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง ช่างซ่อมประตูบานเลื่อนลำปาง ทั้งระนาบในแนวดิ่ง แนวราบ มุมฉาก 90 องศาครบทุกมุม โดยเฉพาะการเลื่อนเปิดปิดแบบสุดที่จะต้องเลื่อนเป็นระยะทางยาว ระนาบที่ได้ระดับจะช่วยถนอมรักษารางเลื่อนและอุปกรณ์ประกอบต่างๆ ให้ยาวนานตลอดอายุการใช้งาน
4.ความกว้างของช่องเปิด กับหน้าบานที่เหมาะสม
ต่อมาก็เป็นเรื่องของการวัดขนาดความกว้างของช่องเปิดที่ต้องการเปิดออกให้สุด เพื่อจะได้เลือกขนาดและจำนวนของหน้าบานประตูที่ต้องใช้ได้อย่างพอเหมาะพอดี เพราะหากบานกว้างไปก็จะมีเรื่องการรับน้ำหนักและแรงกระแทก หรือหากบานแคบไป ก็อาจดูอึดอัดไม่สบายตา หากความกว้างของช่องเปิดอยู่ที่ไม่เกิน 3.5 เมตร สามารถใช้บานเลื่อนแบบ 2 บานบน 2 ราง, ความกว้างของช่องเปิดไม่เกิน 5.5 เมตร สามารถใช้แบบ 3 บานบน 3 รางหรือ 4 บานบน 2 รางได้ และที่ความกว้างของช่องเปิดไม่เกิน 6 เมตร ควรใช้แบบ 6 บาน บน 3 ราง
5.บานประตูแบบซ่อนในผนัง
สำหรับคนที่วางแผนอยากทำบานที่เลื่อนเปิดแล้วซ่อนในผนังหรือ Pocket Door แนะนำให้คิดตั้งแต่ช่วงขั้นตอนการออกแบบ ก่อนเริ่มวางแผนก่อสร้าง ช่างซ่อมประตูกระจกลำปาง เพราะมีเรื่องต้องคำนึงถึงตั้งแต่เรื่องการเบิ้ลผนังให้ได้ความหนาและความกว้างของช่องผนังกับของบานประตูที่จะต้องซ่อนเข้าไป การซ่อนวงกบเข้าไปในผนัง หรือการซ่อนฝังรางเลื่อนบนให้แนบเนียนไปกับพื้นผิวรอบข้าง เพื่อให้เก็บหน้าบานและเก็บงานได้เรียบร้อยสวยงาม รวมไปถึงการติดตั้งตัวหยุดบานในพื้นที่การหยุดหน้าบานที่เหมาะสม
6.หลายบานเลื่อนรวบไปเก็บทีเดียว
วิธีการเปิดหน้าบานให้สุดอีกแบบ คือการเลื่อนหน้าบาน ไม่ว่าจะเป็น 2, 3, 4 หรือ 6 หน้าบานเข้าไปเก็บที่ผนังด้านใดด้านหนึ่ง สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือรูปแบบของรางล่างที่ต้องจำนวนรางต้องรองรับกับจำนวนหน้าบาน จึงควรเลือกรูปแบบรางล่างตั้งแต่ขั้นตอนการก่อสร้าง ว่าจะเป็นรางล่างแบบฝังลงในพื้น หรือแบบวางบนพื้น แต่ที่สำคัญคือต้องทำความสะอาดง่าย ระบายน้ำฝนได้ดี เพราะรางล่างมักมีปัญหาของฝุ่นหรือน้ำฝนลงไปกักขัง ยิ่งจำนวนรางมาก ก็ต้องทำความสะอาดมากขึ้นด้วย
7.บานเลื่อนคู่เข้ามุม
เปิดรับทัศนวิสัยให้กว้างขึ้นกว่าเดิม ด้วยการใช้บานเลื่อนเปิดออกจากมุมไปเก็บกับด้านผนัง โครงสร้างของเสาเอ็นและทับหลังของกรอบบานจะต้องคำนวณสำหรับการติดตั้งบานเลื่อนเข้ามุมโดยเฉพาะ จุดที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือจุดที่ชนกันตรงมุมของบานประตูทั้งสอง อุปกรณ์ประกอบจะต้องแข็งแรง และควรติดตั้งยางกันกระแทกเพื่อลดแรงลง พร้อมกับเพื่อปิดซีลหน้าบานให้แน่นสนิท รวมทั้งตัวรางควรเลือกให้เหมาะสมพอดีกับประตู เพื่อที่หน้าบานจะได้ไม่แกว่งเวลาเลื่อนเปิด หรือกระแทกกันแรงเกินไปเมื่อเลื่อนปิด
ประตูบานเลื่อนแต่ละประเภท มีอะไรบ้าง ?
สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนประตูบ้านเป็นแบบบ้านเลื่อน แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกแบบไหนดีให้เหมาะกับสไตล์บ้าน รวมถึงควรเลือกวัสดุแบบไหนจึงจะได้ประตูบานเลื่อนที่มีคุณภาพ ? เนื่องจากในปัจจุบันมีแบบประตูบานเลื่อนให้เลือกที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ประตูบานเลื่อนกระจก ประตูบานเลื่อนอลูมิเนียม รวมถึงประตูบานเลื่อนไม้ จึงทำให้ตัดสินใจได้ค่อยข้างยาก!
ประตูบานเลื่อนชนิดลาง
มีลักษณะเป็นรางเพื่อให้ลูกล้อเป็นตัวรับน้ำหนัก รวมถึงเป็นตัวสไลค์บานให้ประตูสามารถเลื่อนเปิด-ปิดได้
ข้อดี : มีราคาไม่แพง ช่างกระจกบานเลื่อนลำปาง ไม่มีปัญหารางตก เนื่องจากมีลูกล้อที่สามารถรับน้ำหนักได้ดี
ข้อเสีย : ทำความสะอาดยาก เมื่อใช้ไปนานๆ จะมีความฝืด เนื่องจากลูกล้อการเกิดความสึก
ประตูบ้านเลื่อนชนิดรางแขวน
มีลักษณะเป็นรางแขวน มีรางด้านบนเอาไว้แขวนประตู ที่ทำให้สามารถเลื่อนเปิด-ปิดได้
ข้อดี : เปิด-ปิดประตูลื่น และมีเสียงเงียบ อีกทั้งทำความสะอาดง่าย สามารถติดตั้งได้แม้พื้นจะไม่ได้ระดับ
ข้อเสีย : มีราคาแพง หากใช้ไปนานๆ อาจเจอกับปัญหาบานตก เพราะรับน้ำหนักมากเกินไป
เลือกประตูบ้านเลื่อนแบบไหนดี…ที่เหมาะกับตัวบ้าน ? พี่เข้มีคำแนะนำดีๆ มาแชร์ครับ
ประตูบานเลื่อนแบบกระจกลำปาง
เป็นประเภทประตูที่ได้รับความนิยม เนื่องจากมีดีไซน์ที่เหมาะกับบ้านทุกสไตล์ อีกทั้งยังทำให้มองเห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกบ้านได้อย่างชัดเจน และเพื่อให้ได้ประตูบานเลื่อนกระจกที่มีคุณภาพดี ควรเลือกที่ผลิตจากวัสดุมีความทนทานต่อสภาพอากาศ เลือกขนากวงกบหนาประมาณ 100-150 มม. โดยการเลือกวัสดุอลูมิเนียมถือเป็นความเหมาะสม เนื่องจากมีความคงทนต่อทุกสภาพอากาศ และมีน้ำหนักเบา อีกทั้งดูแลรักษาง่าย
ประตูบานเลื่อนแบบไม้
เป็นประเภทประตูที่ช่วยมอบความรู้สึกอบอุ่น และมีความเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับติดตั้งเพื่อกั้นพื้นที่ความเป็นส่วนตัว หรือแบ่งสัดส่วนภายในบ้าน
ประตูแบบบานเฟี้ยม
มักพบเห็นได้ตามโรงแรม หรือบ้านพักตากอากาศ สามารถเปิดออกได้กว้างถึง 180 องศา อีกทั้งยังช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านได้ดีอีกด้วย
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าประตูบานเลื่อนมีหลายแบบ โดยแต่ละแบบมีความแตกต่างกัน ดังนี้
ประตูบานเลื่อนแบบสลับ
มักนิยมใช้เป็นประตูบริเวณข้างบ้าน หรือประตูระเบียง และบริเวณที่มีพื้นที่จำกัด รวมถึงใช้แบ่งอาณาเขตภายในบ้าน โดยมีความกว้างของช่องประตูไม้เกิน 2 เมตร
ประบานเลื่อนแบบสาม
เหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด สามารใช้แบ่งโซนต่างๆ ภายในบ้าน หรือทำเป็นประตูเชื่อมไปอีกห้อง มีระยะห่างของช่องประตูประมาณ 2-4 เมตร
ประตูบานเลื่อนแบบสี่
มักติดตั้งบริเวณที่เป็นทางเข้าออกของบ้าน หรือบริเวณระเบียงขนาดใหญ่ สามารถมองเห็นวิวภายนอกได้อย่างชัดเจน มีระยะห่างประตูกว้างประมาณ 5 เมตร
ประตูบานเลื่อนแบบหก
นิยมติดตั้งภายในบริเวณรีสอร์ท หรือบ้านพักตากอากาศ มองเห็นทิวทัศน์ภายนอกได้อย่างชัดเจน มีระยะห่างประตูประมาณ 6 เมตร
เพื่อให้พื้นที่ภายในบ้านดูกว้างขึ้น แนะนำให้ติดตั้งโดยการกั้นพื้นที่แบบ Multi-function ถือเป็นดีไซน์ที่ช่วยให้มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นภายในบ้าน และถ้าไม่อยากเกิดปัญหาการซ่อมแซมในอนาคต ควรเลือกช่างที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ พร้อมทั้งเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม โดยจระเข้ มีผลิตภัณฑ์สำหรับการซ่อมสร้าง ที่ตอบโจทย์ทุกจุดภายในบ้านคุณ พร้อมมอบบ้านสวยสมบูรณ์แบบ ไร้ปัญหาการซ่อมแซมใดๆ มากวนใจ
การคมนาคมขนส่ง
ทางบก
ทศวรรษ 2500 ที่เริ่มมีการขยายตัวการของทางหลวง อันได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาโดยมีเหตุผลเรื่องความมั่นคงแฝงอยู่เบื้องหลังการเดินทางดังกล่าว ทำให้แต่ละจังหวัดถูกเชื่อมกันด้วยเส้นทางหลวง จากจังหวัดสู่จังหวัด และยังอาจรวมไปถึงจากจังหวัดไปสู่ตัวอำเภอต่าง ๆ อีกด้วย เส้นทางขึ้นเหนือ คือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน จากกรุงเทพฯ สู่ จังหวัดเชียงราย
นอกจากนั้นยังมี “โครงการทางหลวงเอเชีย” ที่เป็นความร่วมมือของภูมิภาค เพื่อที่จะพัฒนาการเชื่อมโยง เมืองหลวง เมืองอุตสาหกรรม ท่าเรือ สถานที่ท่องเที่ยว และแหล่งการค้าสำคัญด้วยกัน ประเทศที่เกี่ยวข้องได้แก่ กัมพูชา ไทย เนปาล บังกลาเทศ ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม ศรีลังกา ลาว อัฟกานิสถาน อินเดีย อินโดนีเซีย และอิหร่าน ความร่วมมือเกิดจาก คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจสำหรับเอเชีย และตะวันออกไกล (ECAFE ปัจจุบันคือ คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิก ESCAP) ในปี 2502 ต่อมาจีน พม่าและมองโกเลียได้ร่วมโครงการในปี 2531-2533 ทางหลวงเอเชียที่ผ่านประเทศไทยสายประธานที่เกี่ยวกับภาคเหนือมี 3 สายนั่นคือ
- สาย A-1 เริ่มจากเขตแดนพม่า อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เลี้ยวไปบรรจบกับ ทางหลวงหมายเลข 1 ที่ตาก แล้วลงไปยังนครสวรรค์
- สาย A-2 เริ่มจากเขตแดนพม่า อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เข้าเชียงรายแล้วลงมาตามทางหลวงหมายเลข 1 ซึ่งผ่านจังหวัดลำปาง
- สาย A-3 เริ่มจากแยกสาย A-2 ที่เชียงราย ออกไปตามทางหลวงหมายเลข 1020 เพื่อเลี้ยวไปจดเขตแดนลาว ที่ อำเภอเชียงของ
ขณะที่ทางหลวงหมายเลขที่ 11 ที่เชื่อมลำปาง-ลำพูน-เชียงใหม่ ตัดผ่านในต้นทศวรรษ 2510
จังหวัดลำปางอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 600 กิโลเมตร จากเส้นทางสายเอเชีย (ถนนพหลโยธิน) ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์กำแพงเพชร ตาก เข้าสู่ลำปาง ถนนเป็นถนนสี่เส้นทางการจราจรตลอดทาง หรือใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 แยกจากถนนพหลโยธิน ที่จังหวัดนครสวรรค์ ผ่านพิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ แพร่ เข้าสู่ลำปาง สิ้นสุดปลายทางที่เชียงใหม่ ใช้เวลาเดินทางรถส่วนตัวประมาณ 7-8 ชั่วโมง
การเดินทางภายในจังหวัด
การขนส่งมวลชนเพื่อเดินทางภายในจังหวัดมีรถให้บริการที่คนลำางเรียกกันว่า “รถสี่ล้อ” แบ่งเป็น 2 ประเภท
- รถสี่ล้อ (รถสองแถว) สีเหลือง-เขียว เส้นทางภายในตัวเมือง สังกัดสหกรณ์เดินรถนครลำปาง จำกัด
- รถสี่ล้อ (รถสองแถว) สีน้ำเงินและสีฟ้า เส้นทางระหว่างอำเภอ สังกัดสหกรณ์เดินรถนครลำปาง จำกัด
รถโดยสารประจำทางระหว่างต่างจังหวัดและกรุงเทพมหานคร
รถประจำทางจากกรุงเทพฯ-ลำปาง สามารถเดินทางได้จาก สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) มีรถให้เลือกหลายบริษัทหลายระดับ ขณะที่การเดินทางออกจากลำปาง ใช้สถานีขนส่งจังหวัดลำปาง สังกัดเทศบานครลำปาง ณ ถนนจันทรสุรินทร์ ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมืองลำปาง โดยรถประจำทางมีเส้นทางเดินรถดังนี้
สายกรุงเทพฯ
- สาย 1 กรุงเทพ-เชียงใหม่ (ก) (กรุงเทพ-นครสวรรค์-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-ลำปาง-ลำพูน-เชียงใหม่) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ บลูไนน์ (กรีนบัส)
- สาย 13 กรุงเทพ-ฝาง-บ้านท่าตอน (กรุงเทพ-นครสวรรค์-กำแพงเพชร-ตาก-ลำปาง-เชียงใหม่-แม่ริม-ฝาง-แม่อาย-บ้านท่าตอน) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ บขส. นิววิริยะยานยนต์ทัวร์
- สาย 18 กรุงเทพ-เชียงใหม่ (ข) (กรุงเทพ-นครสวรรค์-กำแพงเพชร-ตาก-ลำปาง-ลำพูน-เชียงใหม่) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ บขส. นครชัยแอร์ สมบัติทัวร์ บางกอกบัสไลน์ สยามเฟิร์สทัวร์ พรพิริยะทัวร์ วิริยะทัวร์ นิววิริยะยานยนต์ทัวร์ ศรีทะวงศ์ทัวร์ ลิกไนท์ทัวร์ เชิดชัยทัวร์ แอมบาสเดอร์ทัวร์ อินทราทัวร์
- สาย 90 กรุงเทพ-เชียงราย (ก) (กรุงเทพ-นครสวรรค์-ตาก-ลำปาง-พะเยา-เชียงราย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ นครชัยแอร์ สมบัติทัวร์ บางกอกบัสไลน์ สยามเฟิร์สทัวร์ เชิดชัยทัวร์
- สาย 91 กรุงเทพ-ลำปาง (กรุงเทพ-นครสวรรค์-กำแพงเพชร-ตาก-ลำปาง) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ บขส. สมบัติทัวร์ สยามเฟิร์สทัวร์ พรพิริยะทัวร์ นิววิริยะยานยนต์ทัวร์ เชิดชัยทัวร์ นครชัยแอร์ วิริยะทัวร์
- สาย 924 กรุงเทพ-ลำพูน (ก) (กรุงเทพ-นครสวรรค์-กำแพงเพชร-ตาก-ลำปาง-ลำพูน) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ บขส. เชิดชัยทัวร์
- สาย 964 กรุงเทพ-ดอยเต่า-จอมทอง (กรุงเทพ-นครสวรรค์-กำแพงเพชร-ตาก-เถิน-ลี้-ดอยเต่า-จอมทอง) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ บขส.
- สาย 9911 กรุงเทพ-ลำพูน (ข) (กรุงเทพ-นครสวรรค์-กำแพงเพชร-ตาก-เถิน-ลี้-ลำพูน) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ บขส.
สายภาคกลาง
- สาย 114 นครสวรรค์-เชียงใหม่ (นครสวรรค์-กำแพงเพชร-ตาก-ลำปาง-ลำพูน-เชียงใหม่) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ นครสวรรค์ยานยนต์ (ถาวรฟาร์ม)
- สาย 155 พิษณุโลก-เชียงใหม่ (สายเก่า) (พิษณุโลก-สุโขทัย-ตาก-เถิน-ลำปาง-ลำพูน-เชียงใหม่) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ สุโขทัยวินทัวร์ ศรีทะวงค์ทัวร์
- สาย 132 พิษณุโลก-เชียงใหม่ (สายเก่า) (พิษณุโลก-สุโขทัย-สวรรคโลก-ทุ่งเสลี่ยม-เถิน-ลำปาง-ลำพูน-เชียงใหม่) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ สุโขทัยวินทัวร์
- สาย 623 พิษณุโลก-เชียงใหม่ (สายใหม่) (พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-เด่นชัย-ลำปาง-ลำพูน-เชียงใหม่) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ สุโขทัยวินทัวร์
สายตะวันออก
- สาย 659 ระยอง-พัทยา-เชียงใหม่ (ระยอง-พัทยา-ชลบุรี-ฉะเชิงเทรา-สระบุรี-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-เด่นชัย-ลำปาง-ลำพูน-เชียงใหม่) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ นครชัยแอร์
- สาย 660 ระยอง-เชียงราย-แม่สาย (รถด่วนพิเศษ VIP) (ระยอง-พัทยา-ชลบุรี-ฉะเชิงเทรา-สระบุรี-นครสวรรค์-ตาก-ลำปาง-พะเยา-เชียงราย-แม่สาย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ นครชัยแอร์
สายตะวันออกเฉียงเหนือ
- สาย 175 ขอนแก่น-เชียงใหม่ (สายเก่า) (ขอนแก่น-ชุมแพ-หล่มสัก-พิษณุโลก-สุโขทัย-ตาก-เถิน-ลำปาง-ลำพูน-เชียงใหม่) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ อีสานทัวร์ ภูหลวงทรานสปอร์ต
- สาย 587 อุบลราชธานี-เชียงใหม่ (อุบลฯ-ศรีสะเกษ-สุรินทร์-บุรีรัมย์-บัวใหญ่-ชัยภูมิ-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-เด่นชัย-ลำปาง-ลำพูน-เชียงใหม่) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ นครชัยแอร์
- สาย 633 ขอนแก่น-เชียงใหม่ (สายใหม่) (ขอนแก่น-ชุมแพ-หล่มสัก-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-เด่นชัย-ลำปาง-ลำพูน-เชียงใหม่) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ อีสานทัวร์ สมบัติทัวร์
- สาย 635 นครราชสีมา-เชียงใหม่ (นครราชสีมา-สีคิ้ว-โคกสำโรง-ตากฟ้า-เขาทราย-วังทอง-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-เด่นชัย-ลำปาง-ลำพูน-เชียงใหม่) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ นครชัยทัวร์
- สาย 636 เชียงใหม่-อุดรธานี (อุดรธานี-หนองบัวลำภู-วังสะพุง-เลย-ภูเรือ-ด่านซ้าย-นครไทย-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-เด่นชัย-ลำปาง-ลำพูน-เชียงใหม่) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ จักรพงษ์ทัวร์ อ.ศึกษาทัวร์
- สาย 874 เชียงใหม่-ขอนแก่น-อุบลราชธานี (เชียงใหม่-ดอยติ-ลำปาง-เด่นชัย-อุตรดิตถ์-พิษณุโลก-หล่มสัก-ชุมแพ-ขอนแก่น-โกสุมพิสัย-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-เสลภูมิ-ยโสธร-คำเขื่อนแก้ว-เขื่องใน-อุบลราชธานี) บริษัท เพชรประสริฐ จำกัด
- สาย 876 เชียงใหม่-นครพนม (เชียงใหม่-ดอยติ-ลำปาง-เด่นชัย-อุตรดิตถ์-พิษณุโลก-เลย-หนองบัวลำภู-อุดรธานี-สว่างแดนดิน-พังโคน-สกลนคร-นครพนม) บริษัท เพชรประเสริฐ จำกัด
สายใต้
- สาย 779 ภูเก็ต-เชียงใหม่ (ภูเก็ต-สุราษฎร์ธานี-ชุมพร-ประจวบฯ-หัวหิน-ชะอำ-เพชรบุรี-นครสวรรค์-กำแพงเพชร-ตาก-ลำปาง-ลำพูน-เชียงใหม่) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด (กรีนบัส)
- สาย 871 เชียงใหม่-หัวหิน (เชียงใหม่-ลำปาง-ตาก-นครสวรรค์-ชัยนาท-อู่ทอง-นครปฐม-ราชบุรี-เพชรบุรี-หัวหิน) บริษัท สมบัติทัวร์ จำกัด
สายตะวันตก
- สาย 875 เชียงใหม่-กาญจนบุรี (เชียงใหม่-ลำปาง-ตาก-กำแพงเพชร-นครสวรรค์-ชัยนาท-สุพรรณบุรี-กาญจนบุรี) บริษัท ศศนันท์ ทรานสปอร์ต จำกัด
สายเหนือ
- สาย 144 ลำปาง-แพร่ (ลำปาง-ม.ราชภัฏลำปาง-แม่ทะ-แม่แขม-ลอง-แพร่) บริษัท นครลำปางเดินรถ จำกัด (รถตู้ปรับอากาศ)
- สาย 145 ลำปาง-เชียงใหม่ (เชียงใหม่-ลำพูน-ดอยติ-ห้างฉัตร-ลำปาง) บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด (กรีนบัส)
- สาย 146 ลำปาง-เชียงราย (ลำปาง-งาว-พะเยา-แม่ใจ-พาน-เชียงราย) บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด (กรีนบัส)
- สาย 147 เชียงใหม่-พาน (เชียงใหม่-ลำปาง-งาว-พะเยา-แม่ใจ-พาน) บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด (กรีนบัส)
- สาย 148 เชียงใหม่-ลำปาง-เชียงราย (เชียงใหม่-ลำพูน-ดอยติ-ลำปาง-งาว-พะเยา-พาน-เชียงราย) บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด (กรีนบัส)
- สาย 149 เชียงใหม่-ลำปาง-แม่สาย (เชียงใหม่-ลำพูน-ดอยติ-ลำปาง-งาว-พะเยา-พาน-เชียงราย-แม่จัน-แม่สาย) บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด (กรีนบัส)
- สาย 167 ลำปาง-เชียงราย (ลำปาง-แจ้ห่ม-วังเหนือ-เวียงป่าเป้า-แม่สรวย-เชียงราย) บริษัท นครลำปางเดินรถ จำกัด
- สาย 169-2 เชียงใหม่-น่าน-ทุ่งช้าง (เชียงใหม่-ลำปาง-เด่นชัย-แพร่-ร้องกวาง-น่าน-ปัว-เชียงกลาง-ทุ่งช้าง) บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด (กรีนบัส)
- สาย 672 แม่สาย-แม่สอด (แม่สาย-แม่จัน-เชียงราย-เวียงป่าเป้า-เชียงใหม่-ลำพูน-ดอยติ-ลำปาง-เถิน-บ้านตาก-ตาก-แม่สอด) บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด (กรีนบัส)
- สาย 673 แม่สาย-แม่สอด (แม่สาย-แม่จัน-เชียงราย-พะเยา-ม.พะเยา-อ.งาว-ลำปาง-อ.เถิน-อ.บ้านตาก-ตาก-แม่สอด) บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด (กรีนบัส)
- สาย 1661 เชียงใหม่-ลำปาง-เชียงราย-สามเหลี่ยมทองคำ (ข) (เชียงใหม่-ลำพูน-ดอยติ-ลำปาง-งาว-พะเยา-พาน-เชียงราย-แม่จัน-เชียงแสน-สามเหลี่ยมทองคำ) บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด (กรีนบัส)
- สาย 1693 ลำปาง-แพร่ (ลำปาง-แม่แขม-เด่นชัย-สูงเม่น-แพร่) บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด (กรีนบัส) (รถตู้ปรับอากาศ)
ทางรถไฟ
เริ่มมีการเดินรถไฟครั้งแรกในวันที่ 1 เมษายน 2459 ณ สถานีรถไฟนครลำปาง
สถานีรถไฟ
ศูนย์กลางอยู่ที่สถานีรถไฟนครลำปาง ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมืองลำปาง สถานีรถไฟนครลำปาง เปิดใช้งาน 1 เมษายน 2459 รองรับ ขบวน รถรวม พิษณุโลก – ลำปาง และ อุตรดิตถ์ – ลำปาง ก่อนมีรถด่วน สายเหนือตรงจากกรุงเทพ ขึ้นมาทำขบวนเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2465
พ.ศ. 2506 การรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดส่งหัวรถจักรไอน้ำมาแสดงไว้ที่สถานีรถไฟลำปาง และกำหนดให้สถานีรถไฟแห่งนี้เป็นสถานีประวัติศาสตร์ และทำการอนุรักษ์ไว้ รูปแบบสถาปัตยกรรมของสถานีรถไฟลำปางเป็นอาคาร 2 ชั้น ก่ออิฐฉาบปูน ผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีปีก 2 ข้างเชื่อมกับโถงกลาง รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบอาณานิคม มีการใช้โค้ง (arch) และการประดับตกแต่งด้วยไม้ฉลุ และปูนปั้น พื้นที่ของสถานีรถไฟนครลำปาง มีประมาณ 161 ไร่ มีตัวอาคารสถานี คลังสินค้า พื้นที่เก็บหัวรถจักรและตัวรถไฟ รวมถึงพื้นที่บ้านพักพนักงาน อาคารสถานีดังที่เห็นในปัจจุบันได้ผ่านการต่อเติมมาเป็นบางส่วน โดยเฉพาะช่วงก่อนปีพ.ศ. 2520 มีการต่อเติมส่วนควบคุมบริเวณปีกทางทิศใต้ ส่วนพักคอยด้านติดรางรถไฟ และ ซุ้มด้านหน้าที่จอดรถ จากนั้นมีการเปลี่ยนกระเบื้องหลังคา กระเบื้องพื้น และปรับปรุงพื้นชั้นล่างทั้งหมดในปี พ.ศ. 2538